เครื่องกลึงคืออะไร (LATHE MACHINE)
2022-07-26 14:53:34

เครื่องกลึงคืออะไร(LATHE MACHINE)

เครื่องกลึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างมากในการแปรรูปโลหะทรงกระบอกมีสัดส่วนประมาณ 20%-35% ของจำนวนเครื่องจักรทั้งหมดในงานโลหะ และเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการยึดชื้นงานต่างๆในการลบโลหะ ซึ่งจะใช้ในการ เจาะ,คว้านรู,การพลิก, การร่อง, การทำมุม, การควง, หรือการหงาย เพื่อผลิตชิ้นส่วนสำหรับงานซ่อมและงานผลิตอะไหล่ เครื่องกลึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญซึ่งทุกโรงงานจะต้องมี จึงได้ชื่อว่าเป็นราชาเครื่องกล

เครื่องโลหะมีเทคโนโลยีที่หลากหลาย สามารถประมวลผลพื้นผิวได้หลายชนิด เช่น กระบอกสูบด้านใน และด้านนอกกรวยร่องวงแหวนการขึ้นรูปพื้นผิวหมุนระนาบท้ายและเกลียวต่างๆ ตัวอย่างดังในรูป

ประเภท เครื่องกลึงหลักๆ มีดังนี้

  1. เครื่องกลึงที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (CNC / Computer Numerically Controlled)
  2. เครื่องกลึงยันศูนย์ (Engine Lathes)
  3. เครื่องกลึงแนวตั้ง (Vertical Lathe)
  4. เครื่องกลึงหน้าจาน (Facing Lathe)
  5. เครื่องกลึงเทอร์เรท (Turret Lathe)

ส่วนประกอบของเครื่องกลึง

- ฐานเครื่อง(Base)

 เป็นส่วนที่อยู่ล่างสุดของเครื่อง จะอยู่กับพื้นโรงงานโดยมีฐานรองเครื่องรองรับอยู่เพื่อสะดวกในการปรับระดับ ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักทั้งหมดของเครื่อง เครื่องขนาดใหญ่ทำด้วยเหล็กหล่อจะทำให้เครื่องมั่นคงไม่สั่นสะเทือน ถ้าเป็นเครื่องขนาดเล็กอาจจะทำด้วยเหล็กเหนียว

- แท่นเครื่อง(Bed Ways)

 เป็นส่วนที่ยึดติดอยู่บนฐานเครื่อง ทำด้วยเหล็กหล่อ ทำหน้าที่รองรับชุดหัวเครื่อง ชุดท้ายแท่นและชุดแท่นเลื่อน ที่สันบนแท่นเครื่องจะมีลักษณะเป็นรูปตัววีคว่ำ เพื่อใช้เป็นรางเลื่อนให้ชุดแท่นเลื่อน และชุดท้ายแท่นเลื่อนไปมา

- ชุดหัวเกียร์(Heab Stock)

 อยู่ตรงด้านซ้ายของเครื่อง ภายในประกอบด้วยชุดเฟืองใช้สำหรับปรับเปลี่ยนความเร็วรอบ และเปลี่ยนอัตราป้อนกลึง เพื่อส่งกำลังไปยังแกนเพลาและชุดเฟืองขับต่างๆ เพื่อกลึงอัตโนมัติ และกลึงเกลียว

- แกนเพลาเครื่องกลึง(Spindle)

 มีลักษณะเป็นเพลากลม คล้ายท่อภายในเป็นรูกลวงด้านหน้า มีบ่าและรูยึดน๊อตสกรู เพื่อให้หัวจับสามารถยึดติดตั้งได้อย่างมั่นคง และมีเรียวมาตรฐานมอสเตเปอร์ ใช้ประกอบกับตัวยันศูนย์ และห่วงพาชิ้นงานหมุน เพื่อใช้งานยันศูนย์ที่หัวเครื่อง กับแท่นยันศูนย์ ท้ายเครื่อง แกนเพลาเครื่องกลึงยังใช้ประกอบกับหัวจับแบบต่างๆ เช่น สามจับ หรือ สี่จับ และจานพา

- ชุดแท่นท้าย(Tail Stock)

 อยู่ทางท้ายของแท่นเครื่อง สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้บนแท่นเครื่อง แท่นยันศูนย์สามารถปรับระยะได้บริเวณฐานเพื่อปรับให้แท่นยันศูนย์ตรงกับศูนย์กลางของหัวจับ

ส่วนล่างของแท่นยันศูนย์ จะวางบนแท่นเลือนมีตัวจับยึดให้อยู่กับที่เวลาใช้งาน เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของแท่นยันศูนย์ จะมีขีดสเกลไว้ให้ดูเวลาปรับเยื้องศูนย์เวลากลึงเรียว แต่ไม่ละเอียดพอในการปฏิบัติงานจริงจะต้องใช้นาฬิกาวัดด้วย

ส่วนบนของท้ายแท่นประกอบด้วยแกนเพลา สามารถเคลื่อนที่เข้าออกได้ด้วยแขนหมุน เพื่อใช้ป้อนยันศูนย์งาน หรือป้อนดอกสว่านเจาะงาน ที่แกนเพลาจะมีขีดบอกระยะ ภายในแกนเพลาจะเป็นรูเรียวมาตรฐานมอส เพื่อใช้จีบยึดยันศูนย์ จับยึดหัวจับดอกสว่าน หรือดอกสว่านก้านเรียว

- ชุดแทนเลื่อน(Carriage)

 อยู่บนแท่นเครื่องที่ซ้ายขวาบนแท่นเครื่องเพื่อใช้ในการกลึงปอกงาน สามารภเคลื่อนที่มือและอัตโนมัติ ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ 2 ส่วน คือ
อานม้า (Saddle) เป็นส่วนที่วางอยู่บนสันตัววีคว่ำบนแท่นเลือน เพื่อบังคับการเคลื่อนที่ซ้ายขวา จะมีรูปร่างเหมือน ตัวอักษร H บนอานม้าจะมีแท่นตัดขวางวางอยู่
Apronเป็นส่วนที่อยู่ด้านบนของแท่นเลื่อนจะยึดติดอยู่บนอานม้า บน Apron จะมีแขนหมุนกลึงปอก คันโยกกลึงอัตโนมัติ คันโยกสำหรับกลึงเกลียว

- แท่นตัดขวาง(Cross Slide)

 จะวางอยู่บนอานม้าสามารถเคลื่อนที่ไปในแนวขวางบนอานม้าเพื่อใช้กลึงปาดหน้า ด้ายการป้อนด้วยมือหรือป้อนด้ายอัตโนมัติ

- Compound Rest

 เป็นชิ้นส่วนที่ยึดอยู่บนแท่นตัดขวางสามารถตั้งองศาเพื่อกลึงเป็นมุมเรียวต่างๆได้ ส่วนบนจะมี Compound Rest หรือ Top Slide อยู่

- ป้อมมืด(Tool Post)

 ยึดติดอยู่บน Compound Rest เป็นตัวจับยึดด้ามมีดหรือจับยึดมีดกลึงโดยตรงในกรณีใช้มีดกลึงแบบไม่ต้องใช้ด้ามมีดจับยึด คือมีดกลึงมีขนาดตั้งแต่ 3/8 นิ้ว ขึ้นไปปัจจุบันนิยมใช้ป้อมมีดแบบเทอเรต สามารถจับมีดกลึงได้ทั้ง 4 ด้าน สามารถเปลี่ยนมีดได้เร็ว

- มอเตอร์(Motor)

 เป็นตัวส่งกำลังไปยังชุดเฟืองทดเพื่อใช้ส่งกำลังไปตำแหน่งต่างๆ มีทั้งใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ 220 โวลต์และ 380 โวลต์

- แขนโยกปรับความเร็ว

 ปรับอุปกรณ์ทีใช้โยกเปลี่ยนเฟืองเพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเปลี่ยนความเร็วรอบ ความเร็วในการป้อนกลึงงาน ทำให้สามารถทำงานได้เร็วขึ้น

ข้อพิจารณาในการเลือกความเร็วตัดจากเครื่องกลึง

  1. วัสดุชิ้นงานที่มีความแข็ง จะใช้ค่าความเร็วจัดต่ำกว่าชิ้นงานที่อ่อน
  2. มีดกลึง ดอกสว่าน มีดกัด ที่ทำจากวัสดุเหล็กรอบสูง จะใช้ความเร็วตัดต่ำกว่า มีดตัดที่ทำจากโลหะแข็ง
  3. การหล่อเย็นที่เหมาะสมกับวัสดุชิ้นงาน จะสามารถใช้ความเร็วตัดได้สูงกว่าการกลึงงานที่ไม่มีการหล่อเย็น
  4. ขนาดหน้าตัดหรือความหนาของเศษโลหะ ถ้ากลึงหรือตัดชิ้นงานทีละน้อยหรือป้อนกินไม่ลึกเกินไป จะใช้ความเร็วตัดได้สูงกว่าการป้อนกินงานครั้งละมากๆ
  5. ชนิดและขนาดของเครื่องจักรกล ถ้าเป็นเครื่องจักรกลที่มีขนาดใหญ่และเครื่องที่ใหม่กว่าจะสามารถใช้กลึงงานได้มากกว่า เร็วกว่าและใช้ความเร็วตัดได้มากกว่า