โดยสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้อันดับแรกเลยการตัดโลหะจะแยกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆจะมีดังนี้
1.การตัดพลาสม่า (Plasma)
ซึ่งการตัดชนิดนี้จะเป็นการตัดที่ใช้พลังงานสูง ทำให้สามารถตัดวงานที่มีความหนาได้มากกว่า แต่ก็จะมีปัญหาที่ร่องระหว่างงานจะมีความกว้างมากเพราะพลังงานเลเซอร์ที่สูง ทำให้สูงเสียเนื้อแผ่นมากกว่าที่จำเป็น จึงถูกจำกัดมาพร้อมรูปร่างที่ไม่สามารถตัดได้ซับซ้อนมากนัก และส่วนมากจะเป็นงานที่เป็นการตัดเพื่อนำไปเชื่อประกอบอีกที
2.การตัดด้วยแรงดันน้ำ (waterjet)
การตัดงานด้วยระบบนี้เป็นการตัดที่ใช้น้ำหล่อจึงทำให้ไม่มีความร้อนสูงสามารถตัดงานได้หลากหลายชนิคเช่น อลูมิเนียม เหล็ก ทองเหลือง ทองแดง ไม้ พลาสติก หรือแม้แต่แก้วซึ่งการตัดด้วยแรงดันน้ำถือว่าสามารถตัดได้ละเอียดกว่าการตัดด้วยพลาสม่า แต่ก็ยังมีร่องการตัดที่กว้างกว่าการตัดด้วยเลเซอร์ และยังเป็นเครื่องที่ต้องใช้แรงดันน้ำที่สูงในการตัดชิ้นงานอีกด้วย
3.การตัดด้วยเลเซอร์ (Laser)
การตัดแบบนี้จะเป็นการตัดที่คล้ายกับการตัดพลาสม่า แต่จะต่างกันที่กระบวนการผลิตแสงที่แตกต่างกัน และเหตุนี้ทำให้พลังงานแสงของการตัดเลเซอร์สามารถตัดได้เรียบและ ให้ร่องที่เล็กมากทำให้ประหยัดเนื้อแผ่นงาน มากกว่าการตัดด้วยพลาสม่า และมีการตัดที่คลาดเคลื่อนน้อยมาก ดดยปัจจุบันจะคลาดเคลื่อนอยู่ที่ +-0.01 ซึ่งเป็นการตัดที่ถือว่าคลาดเคลื่อนน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้
4.การตัดระบบหัวตอก (Punching)
เป็นวิธีการตัดที่แตกต่างที่สุดเพราะว่าเป็นการตัดที่ตอกลงไปเพื่อตัดแผ่นได้ใช้ลำแสงเหมือนเครื่องอื่นๆ แต่เครื่องชนิดนี้จะถูกจำกัดด้วยรูปร่าง ความหนา และความละเอียดที่เครื่องสามารถทำได้ โดยเครื่องชนิดนี้จะเน้นการทำงานที่เหมือนกัน และจำนวนมากๆ
สุทอง แมชชีนเนอรี่
ดำเนินการธุรกิจนำเข้าและเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรอุตสาหกรรมงานโลหะ
เครื่อง CNC และ Cobot (Collaborative Robot) ครบวงจร
● สามารถเข้าชมเครื่องจักรได้ที่โชว์รูม สุทอง แมชชีนเนอรี่
● เวลาเปิดทำการ : จันทร์-เสาร์ (8.00-17.00 น.) โทร 02-896-1818
● ติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจ : https://www.facebook.com/suthong1990